วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2005
|
|
วันจันทร์ที่
6 มิถุนายน ค.ศ. 2005 |
|
0900 |
นมัสการ |
|
0915 |
การเสริมสร้างศิษยาภิบาลท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบันการทรงเรียกกับความสามารถ โดย บิชอป โรเบิร์ต โซโลมอน |
|
1030 |
พักรับประทานอาหารว่าง |
|
1100 |
การเสริมสร้างศิษยาภิบาลท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงตนเองกับงานรับใช้ โดย บิชอป โรเบิร์ต โซโลมอน |
|
1230 |
พักรับประทานอาหารกลางวัน |
|
1400 |
การเสริมสร้างศิษยาภิบาลท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบันสู่การอภิบาลศิษย์ที่สมบูรณ์: ความเหนื่อยล้าในงานรับใช้ ปัจจัยเสี่ยง ความขัดแย้งในครอบครัว
และเรื่องเพศ ตอนที่ 1 โดย แดนนี อึ๊ง |
|
1500 |
พักรับประทานอาหารว่าง |
|
1530-1700 |
การเสริมสร้างศิษยาภิบาลท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบันสู่การอภิบาลศิษย์ที่สมบูรณ์: ความเหนื่อยล้าในงานรับใช้ ปัจจัยเสี่ยง ความขัดแย้งในครอบครัว และเรื่องเพศ ตอนที่ 2 โดย แดนนี อึ๊ง |
|
บิชอป
โรเบิร์ต โซโลมอน บิชอป
คริสตจักรเมทอดิสต์แห่งประเทศสิงคโปร์ รองประธานสภาคริสตจักรแห่งชาติ อดีตผู้อำนวยการและสมาชิกปัจจุบันใน คณะกรรมการวิทยาลัยศาสนศาสตร์ทรินิตี ประเทศสิงคโปร์ |
มิสเตอร์แดนนี
อึ๊ง ประธานหน่วยงานให้คำปรึกษาคริสเตียนแบบ องค์รวมแห่งเอเชีย นักจิตวิทยาที่ปรึกษาแห่งศูนย์ให้คำปรึกษา แรฟเฟิลส์ โรงพยาบาลแรฟเฟิลส์
ประเทศสิงคโปร์
ผู้ก่อตั้งหน่วยงาน
Family
Connexion |
1.1
อะไรคือความสำเร็จและความล้มเหลว
-
ผิดหรือไม่ที่อยากประสบความสำเร็จ
-
เราให้คำนิยามความความสำเร็จและความล้มเหลวว่าอย่างไร
-
เราวัดความสำเร็จและความล้มเหลวได้อย่างไร
1.2
การสร้างแนวคิดเกี่ยวกับความสำเร็จ/ความล้มเหลวในคริสเตียน
1.2.1 พระกิตติคุณ แห่งความมั่งคั่ง (โยชูวา 1:8; ฟีลิปปี 4:19)
-
พระเจ้าทรงประสงค์ให้ลูกๆ
ของพระองค์มั่งคั่งทางวัตถุ
ข้อพระคัมภีร์ที่โต้แย้ง คือ 2 โครินธ์ 11:23-27
2 โครินธ์ 12:7-10
สุภาษิต 15:16
สุภาษิต 16:16
1 ทิโมธี 6:6-11
ฮีบรู 13:5
1.2.2 พระกิตติคุณ แห่งความเรียบง่าย (ลูกา 6:20; 2 ทิโมธี 3:12; มัทธิว 19:21)
พระเจ้าเป็นพระเจ้าของคนยากจน
เราจึงต้องทำตามแบบอย่างของพระคริสต์
1.2.3 สู่การให้คำนิยามใหม่ของคำว่าความสำเร็จและความล้มเหลว
-
พระเจ้าทรงตัดสินพระทัยว่าจะประทานสิ่งใด (มัทธิว 20:1-16)
-
ทุกคนมิได้รับในจำนวนที่เท่าเทียมกัน (มัทธิว 25:14-30)
-
ความสำเร็จตามพระคัมภีร์คือการมีพระเจ้าในขนาดที่เท่ากัน
(มัทธิว 16:24-26; ยอห์น 6:27; ยากอบ 1:11; ยากอบ 4:7-12)
i) ชีวิตส่วนตัว (1 เปโตร 2:2; เอเฟซัส 5:4; สดุดี 127:2; 1 โครินธ์ 6:19-20)
ii) ครอบครัว (1 ทิโมธี 5:8; เฉลยธรรมบัญญัติ 6:6-9; เอเฟซัส 5:33;
เอเฟซัส 6:4)
iii) งาน (2 เธสะโลนิกา 3:16-18; 1 เปโตร 2:18; เอเฟซัส 6:7; 1 ทิโมธี 2:9-10)
iv) คริสตจักร (ฮีบรู 10:25; เอเฟซัส 4:16; กาลาเทีย 6:6)
v) ชุมชน (โรม 13:1-2; โรม 13:6-7; 1 เปโตร 2:12; กาลาเทีย 2:10)
ข้อผิดพลาดที่
1: การเลือกกำหนดสาระสำคัญ
(selective
abstraction)
การพุ่งเป้าไปในรายละเอียดจากภาพรวมทั้งหมด
และใช้รายละเอียดเหล่านี้เท่านั้นในการอธิบายประสบการณ์ทั้งมวล
ตัวอย่างเช่น ไม่มีใครชอบผมเลยเพราะเมื่อเช้านี้จอห์นไม่ยิ้มให้ผม
และเพื่อนร่วมงานสามคนของผมก็ออกไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน
ไม่เป็นไรหรอกถ้าผมจะถูกบอกให้ไม่ต้องเข้าประชุม
ข้อผิดพลาดที่
2: การอนุมานโดยพลการ (arbitrary inference)
การลงความเห็นโดยปราศจากพยานหลักฐาน
หรือแม้เมื่อหลักฐานอาจตรงกันข้ามกับความเห็นนั้น
ตัวอย่างเช่น ฉันรู้ว่าฉันเป็นคนต่อไปที่จะถูกปลดเพื่อลดค่าใช้จ่าย
ทุกคนบอกว่าฉันทำงานดี แม้แต่เจ้านายยังขึ้นเงินเดือนให้ฉันเลย
นี่ก็เพียงเพื่อจะทำให้ตัวเขาเองรู้สึกดีขึ้นก่อนที่เขาจะโยน ลูกระเบิด ใส่ฉัน
ข้อผิดพลาดที่
3: การสรุปเกินการ (overgeneralization)
การสรุปหรือลงความเห็นบนพื้นฐานของเหตุการณ์เพียงเหตุการณ์เดียว
ตัวอย่างเช่น ชีวิตทั้งชีวิตของฉันกำลังพังทะลาย! พระเจ้าต้องต่อต้านฉันแน่เลย! ทำไมฉันสตาร์ทรถไม่ติดนะ
ข้อผิดพลาดที่
4: การทำให้เป็นส่วนตัว (personalization)
การนำเหตุการณ์นั้นเข้ามาเกี่ยวพันกับตัวเรา
โดยไม่มีหลักฐานปรากฏว่าเป็นอย่างนั้น
ตัวอย่างเช่น ฉันรู้ว่าฉันเป็นกุ๊กที่แย่จริงๆ
แขกกินอาหารที่ฉันทำไม่หมด (แม้ว่าแมรี่จะทำอาหารสำหรับ
30 คนเพื่อให้แขกเพียง 18 คนรับประทาน!)
ข้อผิดพลาดที่
5: ความคิดที่แยกออกเป็นสองส่วน
(dichotomous
thinking)
การแบ่งแยกเหตุการณ์ออกเป็นประเภทต่างๆ
ที่ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง หรือ ทั้งหมด/ไม่ใช่เลย แทนที่จะเป็นแบบต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น ผมเป็นพ่อที่ไม่ดีเลย
จอห์นเกลียดผมเพราะคราวนี้ผมผิดสัญญา ผมมันเป็นพวก
ไอ้ขี้แพ้
การจัดการกับความเครียด
|
ความเครียดคือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสิ่งแวดล้อม
ซึ่งถูกบุคคลนั้นประเมินว่าทำให้เขา/เธอใช้พลกำลังของตนอย่างเต็มที่หรือมากเกินไป ดังนั้น
จึงเป็นอันตรายต่อความเป็นอยู่ของเขา/เธอ
ผลของความเครียดที่มีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่
q
ความเจ็บป่วย
q
ความกดดัน
q
การสูญเสียระบบภูมิคุ้มกัน
q
โรคหัวใจหลอดเลือดแดง
q
หงุดหงิดง่าย
q
สูญเสียสมาธิ
q
การหมดหนทางที่จะเรียนรู้
q
การเรียกร้องต้องการในงาน
q
สภาวะการทำงานที่รุนแรง
q
ความสัมพันธ์ส่วนตัวในทางลบ
q
ความขัดแย้งในด้านบทบาทและหน้าที่
q
การเปลี่ยนแปลงในองค์กร
q
การประเมินการปฏิบัติงาน
q
ความคลุมเครือในด้านบทบาทและหน้าที่
q
การขาดความมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
q
งานหนักเกินไป
q
งานน้อยเกินไป
q
ความรับผิดชอบต่อผู้อื่น
q
ความรับผิดชอบโดยปราศจากสิทธิอำนาจ
q
ความเหนื่อยล้า
-
ฮันส์
เซลยี -
1.
การตอบสนองส่วนบุคคล
q
บุคลิกประเภท ก
q
บุคลิกประเภท ข
2.
นิสัยและอารมณ์ส่วนบุคคล
3.
ทักษะทางสังคม
4.
ความภาคภูมใจในตน/ความเคารพตนเอง
วิธีการจัดการกับความเครียด
-
ชาร์ลส์
สวินดอลล์ -
1.
การบริหารจัดการเวลาที่ดี
2.
การตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้
3.
การจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง
4.
การดำเนินชีวิตที่สมดุล
q
การหาความบันเทิง
q
โภชนาการ
q
การพักผ่อนยามว่าง
q
การออกกำลังกาย
q
การทำงาน
5.
เทคนิคการผ่อนคลาย
6.
การใคร่ครวญภาวนา
7.
จินตนาการ
8.
กลุ่มสนับสนุนช่วยเหลือ
9.
การมอบหมายหน้าที่และความร่วมมือ
ภาคผนวก
1)
ภาพแสดงลักษณะของความเครียดในการทำงาน
2)
ระบุต้นกำเนิดของความเครียดจากการทำงาน
3)
คุณรับมือได้ดีเพียงใด
4)
คุณเป็นคนยืนหยัดเพียงใด
5)
ทำความรู้จักอาการแห่งความเครียด
6)
รายการตรวจเช็คความเหนื่อยล้า
7)
คุณเอางานกลับไปทำที่บ้านใช่ไหม
8)
บุคลิกภาพแบบ ก และ แบบ ข
9)
เครื่องวัดระดับการปรับตัวทางสังคม
10)
เรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย
ภาพแสดงลักษณะของความเครียดในการทำงาน
เครื่องวัดนี้จัดหาข้อมูลบางอย่างในเรื่องความเครียดในการทำงาน
คำแนะนำสำหรับการให้คะแนนและตีความหมายปรากฏอยู่ในตอนท้าย
ข้อความต่อไปนี้บรรยายสภาวะการทำงาน
สิ่งแวดล้อมของงาน หรือความรู้สึกส่วนตัวที่ผู้คนประสบในการทำงาน
หลังจากอ่านข้อความแต่ละข้อแล้ว
ให้ทำวงกลมที่คำตอบซึ่งสะท้อนสภาวะการทำงานในสถานที่ทำงานของคุณมากที่สุด
ถ้าข้อความนั้นเกี่ยวกับความรู้สึกส่วนตัว คุณก็ต้องระบุระดับความรู้สึกของคุณต่องานว่ามีมากน้อยแค่ไหน
ไม่เลย = ไม่เป็นความจริงเลยในสภาวะการทำงานหรือในความรู้สึกของคุณ
ไม่บ่อย = สภาวะหรือความรู้สึกเกิดขึ้นประมาณ 25% ของเวลา
บางครั้ง = สภาวะหรือความรู้สึกเกิดขึ้นประมาณ 50% ของเวลา
บ่อยครั้ง = สภาวะหรือความรู้สึกเกิดขึ้นประมาณ 75% ของเวลา
ส่วนมาก = สภาวะหรือความรู้สึกมักจะเกิดขึ้นเสมอ
ไม่เลย ไม่บ่อย บางครั้ง บ่อยครั้ง ส่วนมาก
|
1.
พนักงานผู้ช่วยไม่มีความสามารถหรือไม่มีประสิทธิภาพ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
2.
งานของฉันไม่มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
3.
ฉันไม่แน่ใจว่าพวกเขาคาดหวังอะไรจากฉัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
4.
ฉันไม่แน่ใจว่าในอนาคตพวกเขาจะคาดหวังอะไรจากฉัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
5.
ดูเหมือนฉันไม่สามารถทำให้ผู้บังคับบัญชาพอใจได้ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
6.
ดูเหมือนฉันจะสามารถพูดกับผู้บังคับบัญชาของฉันได้ |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
7.
ผู้บังคับบัญชาพูดว่าฉันไม่มีความสามารถ
แต่ฉันก็ยังต้องรับคำสั่งจากเขา |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
8.
ผู้บังคับบัญชาของฉันดูเหมือนจะดูแลเอาใจใส่ฉันในฐานะที่เป็นบุคคลคนหนึ่ง |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
9.
มีความรู้สึกไว้วางใจ
เคารพนับถือ และเป็นมิตรระหว่างตัวฉันกับบรรดาผู้บังคับบัญชา |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
10.
ดูเหมือนจะมีความตึงเครียดระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
11.
ฉันมีเสรีภาพในการดำเนินงานตามหน้าที่ของฉัน |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
12.
ฉันรู้สึกราวกับว่าฉันสามารถตัดสินอนาคตของตัวเองได้ในงานนี้ |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
13.
มีเจ้านายมากเกินไปในแผนกที่ฉันทำงานอยู่ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
14.
ปรากฏว่าเจ้านายฉัน
เกษียณอายุ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
15.
ผู้บังคับบัญชาของฉันสะท้อนกลับอย่างเพียงพอ
(adequate
feedback) เกี่ยวกับงานที่ฉันทำ |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
16.
ผู้บังคับบัญชาไม่เห็นคุณค่าความสามารถของฉัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
17.
มีลู่ทางเพียงน้อยนิดของความก้าวหน้าในงานที่ฉันทำ
ทั้งในด้านส่วนตัวและหน้าที่การงาน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
18.
ระดับการมีส่วนร่วมในการวางแผนและตัดสินใจในที่ทำงานของฉันเป็นที่น่าพอใจ |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
19.
ฉันรู้สึกว่าฉันมีความรู้สูงเกินกว่างานที่ฉันทำ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
20.
ฉันรู้สึกว่าพื้นฐานการศึกษาของฉันตรงกับงานที่ทำ |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
21.
ฉันกลัวว่าฉันจะถูกปลดหรือถูกไล่ออก |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
22.
ฉันรู้สึกว่าได้รับการฝึกอบรมในงานไม่เพียงพอ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
23.
เพื่อนร่วมงานส่วนมากของฉันไม่ค่อยเป็นมิตร
หรือดูเหมือนจะไม่สนใจฉันในฐานะเป็นบุคคลคนหนึ่ง |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
24.
ฉันรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่ไปทำงาน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
25.
ไม่มีเวลาผ่อนคลายสำหรับเรื่องส่วนตัวหรือธุรกิจ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
26.
ไม่มีการเลือกปฏิบัติทางเพศ/เชื้อชาติ/อายุอย่างเห็นได้ชัดในที่ทำงานของฉัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
รวมตั้งแต่ข้อ 1-26 |
|||||
|
27.
สภาพแวดล้อมทางกายภาพของที่ทำงานแออัด
เสียงดัง หรือน่าเบื่อ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
28.
ความต้องการโดยธรรมชาติของงานไม่มีเหตุผล
(เช่นต้องการระยะเวลาสำรวมสมาธิเป็นพิเศษ
เป็นต้น) |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
29.
ฉันต้องทำงานหนักเกินไปอยู่เสมอ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
30.
จังหวะการทำงานเร็วเกินไป |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
31.
งานของฉันดูเหมือนจะต้องตอบสนองต่อความต้องการที่เร่งด่วน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
32.
ไม่มีเวลาผ่อนคลาย
เวลาพักดื่มน้ำชากาแฟ หรือเวลาพักรับประทานอาหารกลางวันในงานของฉัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
33.
เส้นตายในงานมีอยู่เสมอและไม่มีเหตุผล |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
34.
ข้อเรียกร้องต้องการในงานอยู่เหนือขอบเขตความสามารถของฉัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
35.
ฉันเหนื่อยเพลียและหมดแรงจากการทำงานในตอนสิ้นสุดวัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
36.
ฉันไม่สามารถผ่อนคลายได้ในเวลาว่าง
เนื่องจากงานได้ดูดซับพละกำลังของฉันไปหมด |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
37.
ฉันต้องเอางานกลับไปทำที่บ้านเพื่อให้เสร็จทัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
38.
ฉันต้องรับผิดชอบพนักงานหลายคนเกินไป |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
39.
พนักงานผู้ช่วยมีน้อยเกินไป |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
40.
พนักงานผู้ช่วยไม่มีความสามารถหรือไม่มีประสิทธิ-ภาพ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
41.
ฉันไม่แน่ใจว่าพวกเขาคาดหวังอะไรจากฉัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
42.
ฉันไม่แน่ใจว่าในอนาคตพวกเขาจะคาดหวังอะไรจากฉัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
43.
ฉันเลิกงานด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าหมดแรง |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
44.
มีลู่ทางเพียงน้อยนิดของความก้าวหน้าในงานที่ฉันทำ
ทั้งในด้านส่วนตัวและหน้าที่การงาน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
45.
ฉันรู้สึกว่าได้รับการฝึกอบรมในงานไม่เพียงพอ
|
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
46.
มีการติดต่อสัมพันธ์กันเพียงเล็กน้อยกับบรรดาเพื่อนร่วมงานของฉัน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
47.
เพื่อนร่วมงานส่วนมากของฉันไม่ค่อยเป็นมิตร
หรือดูเหมือนจะไม่สนใจฉันในฐานะเป็นบุคคลคนหนึ่ง |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
48.
ฉันรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่ไปทำงาน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
รวมตั้งแต่ข้อ 27-48 |
|||||
|
49.
ความซับซ้อนในงานที่ฉันทำมีมากพอที่จะทำให้ฉันสนใจ |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
50.
งานของฉันน่าตื่นเต้นมาก |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
51.
งานของฉันหลากหลายพอที่จะไม่ทำให้ฉันเบื่อ |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
52.
ดูเหมือนฉันจะสูญเสียความสนใจในการทำงาน |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
53.
ฉันรู้สึกราวกับว่า
ในงานนี้ ฉันสามารถตัดสินอนาคตของตัวเองได้ |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
54.
ฉันเลิกงานด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าหมดแรง |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
55.
ฉันจะทำงานนี้ต่อไปแม้ว่าฉันไม่จำเป็นจะต้องหาเงินใช้อีกต่อไปแล้ว |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
56.
ฉันติดกับอยู่กับงานนี้ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
|
57.
ถ้าฉันต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ฉันก็จะยังคงเลือกทำงานนี้ |
5 |
4 |
3 |
2 |
1 |
|
รวมตั้งแต่ข้อ
49-57 |
|||||
|
คำถามข้อ:
1-26
27-48
49-57
จำนวนรวม
ความสัมพันธ์
สภาวะ/เงื่อนไข
ความสนใจในงาน ข้อ 1-57
ระหว่างบุคคล
ทางกายภาพ
จำนวนรวม:
|
|||||
เครื่องวัดอันแรกวัดความเครียดที่เกิดจากปัญหาต่างๆ
ในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจในงาน
เครื่องวัดอันที่สองวัดความต้องการทางกายภาพของงานที่รบกวนบุคคลนั้นในแต่ละวัน
เครื่องวัดอันที่สามวัดความสนใจและจดจ่อในงาน
เครื่องวัดแต่ละอันนั้นทำให้คุณรู้ว่า
ความเครียดในงานที่คุณทำเกี่ยวพันกับกลุ่มทดสอบเดิมมากเพียงใด
ด้วยการนำคะแนนทั้งหมดที่คุณได้ไปเทียบกับตารางวัดข้างล่าง
ในเครื่องวัดแต่ละอันนั้น คะแนนสูงหมายถึงมีความตึงเครียดอันเกิดจากงานสูง
ถ้าคะแนนของคุณสูงในบริเวณหรือขอบเขตใด
เช่นความเครียดในด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
สิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์ถ้าคุณจะให้ความสนใจต่อปัญหาในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในที่ทำงาน
![]()
|
|
ความเครียดต่ำ |
|
ความเครียดปกติ |
|
ความเครียดสูง |
|
|
..39
..43
|
.46. |
..51
..54
..57.. |
.62. |
..68
..75.. |
|
|
..35
..40
|
.44. |
..48
..52
..55.. |
.58. |
..62
..67.. |
|
|
..13
..15
|
.17. |
..18
..19
..21.. |
.23. |
..25
..27.. |
|
|
..91
.101
.. |
111 |
.117
..123
..134
|
141 |
.151
..167. |
|
ค่าของตัวแปร
(percentile) |
..10
..20
|
.30. |
..40
..50
..60.. |
.70. |
..80
..90.. |
ถ้าคุณสามารถระบุสาเหตุของความเครียดในที่ทำงานได้
คุณก็อาจจะพัฒนาทักษะในการแก้ไขได้ ในแต่ละสถานการณ์ที่บรรยายไว้ข้างล่างนี้
ให้คุณตัดสินใจว่าสถานการณ์นั้นๆ กำลังก่อให้เกิดความเครียดแก่คุณมากเพียงไร
แล้วใส่ตัวเลขที่ตรงกับระดับความเครียดไว้ในช่องสี่เหลี่ยมท้ายสถานการณ์ที่เป็นสาเหตุนั้น
การให้คะแนน
ความเครียดสูง 3 * ความเครียดปานกลาง 2 * ความเครียดต่ำ 1 * ไม่มีความเครียด 0
|
1.
ต้องทำงานมากเกินไป |
|
19.
มีงานทำน้อยเกินไป |
|
|
2.
มีบทบาทหน้าที่มากมายหลายอย่างที่ต้องทำ |
|
20.
การเปลี่ยนแปลงวิธีที่ร้องขอให้ฉันทำงาน |
|
|
3.
ต้องรับผิดชอบในการปกครองดูแลคนอื่นๆ |
|
21.
การเมืองในที่ทำงาน |
|
|
4.
ความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ
ในที่ทำงาน |
|
22.
ขาดเพื่อนร่วมงานที่จะปรับทุกข์ด้วย |
|
|
5.
ค่าจ้าง/เงินเดือนของฉัน |
|
23.
สิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ทำให้ไม่สบายใจ |
|
|
6.
เอางานกลับไปทำต่อที่บ้าน |
|
24.
การจัดลำดับความสำคัญระหว่างบ้านกับงาน |
|
|
7.
ทำงานจนดึกดื่นและไม่มีเวลาพบปะสังสรรค์ |
|
25.
ความกดดันในด้านเวลาและเส้นตาย |
|
|
8.
ไม่ชัดเจนว่าคนอื่นๆ
คาดหวังอะไรจากฉัน |
|
26.
การขาดความหลากหลายและแรงกระตุ้น |
|
|
9.
ต้องทำการตัดสินใจหรือวางแผน |
|
27.
กลัวการทำผิดพลาด |
|
|
10.
ความสัมพันธ์ของฉันกับผู้จัดการ |
|
28.
การฝึกอบรมและแนะแนวที่ไม่เพียงพอ |
|
|
11.
ทำงานที่มิได้ส่งเสริมให้ฉันใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ |
|
29.
ขาดความพึงพอใจในงาน |
|
|
12.
ประสบความยากลำบากในการหยุดคิดเรื่องงานเมื่ออยู่บ้าน |
|
30.
ทัศนคติของผู้ร่วมงานที่มีต่องานของฉัน |
|
|
13.
มีการเรียกร้องเวลาของฉันมากเกินไป |
|
31.
ไม่มีทักษะที่ถูกต้องเหมาะสมในงานที่ทำ |
|
|
14.
มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจนเพียงสองสามอย่าง |
|
32.
มีการสะท้อนกลับ
(feedback)
เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของฉันเพียงเล็กน้อย |
|
|
15.
จัดการกับความขัดแย้ง |
|
33.
การประชุม/การนำเสนอ |
|
|
16.
ได้รับกำลังใจและความช่วยเหลือเล็กน้อย |
|
34.
ขวัญและกำลังใจในที่ทำงาน |
|
|
17.
ลู่ทางในอาชีพและการเลื่อนตำแหน่ง |
|
35.
ความมั่นคงในงานหรือคำขู่ว่าจะยุบตำแหน่ง |
|
|
18.
การเรียกร้องต้องการของงานในชีวิตครอบครัว |
|
36.
การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เกี่ยวกับงาน
เช่นการเงินหรือความเจ็บป่วย |
|
การตีความหมายคะแนนของคุณ
ให้นำคะแนนของคุณสำหรับคำถามแต่ละข้อย้ายข้ามหน้ามาใส่ไว้ช่องสี่เหลี่ยมที่ทำไว้เป็นคอลัมน์ข้างล่างนี้
ในแต่ละคอลัมน์จะแสดงให้คุณเห็นวิธีที่คุณได้คะแนนในขอบเขต/บริเวณเฉพาะของงานที่คุณทำ
ให้รวมคะแนนเหล่านั้นในแต่ละคอลัมน์ เพื่อจะหาว่าขอบเขต/บริเวณใดที่คุณจำต้องให้ความเอาใส่ใจมากที่สุด
|
ก |
|
|
ข |
|
|
ค |
|
|
ง |
|
|
จ |
|
|
ฉ |
|
|
1 |
|
|
2 |
|
|
3 |
|
|
4 |
|
|
5 |
|
|
6 |
|
|
7 |
|
|
8 |
|
|
9 |
|
|
10 |
|
|
11 |
|
|
12 |
|
|
13 |
|
|
14 |
|
|
15 |
|
|
16 |
|
|
17 |
|
|
18 |
|
|
19 |
|
|
20 |
|
|
21 |
|
|
22 |
|
|
23 |
|
|
24 |
|
|
25 |
|
|
26 |
|
|
27 |
|
|
28 |
|
|
29 |
|
|
30 |
|
|
31 |
|
|
32 |
|
|
33 |
|
|
34 |
|
|
35 |
|
|
36 |
|
|
รวม |
|
|
รวม |
|
|
รวม |
|
|
รวม |
|
|
รวม |
|
|
รวม |
|
|
ก: ปริมาณงาน |
ค: ความรับผิดชอบ |
จ: ความพึงพอใจในงาน |
|
สูงกว่า 8 คะแนน ปริมาณงานสร้างความเครียด
ให้แสวงหาการเปลี่ยนแปลงในงาน 5-8 คะแนน ปริมาณงานของคุณเกือบจะทำให้เกิดความเครียด ต่ำกว่า 5 คะแนน ปริมาณงานมากเกินไปอาจจะไม่เป็นปัญหา
แต่การได้คะแนนสูงในคำถามข้อ 19
อาจบ่งชี้ว่าตัวปัญหาคือมีงานทำน้อยไป เรื่องที่ต้องพิจารณา การยืนหยัด การบริหารเวลา |
สูงกว่า 8 คะแนน เห็นได้ชัดว่าคุณอึดอัดใจกับความรับผิดชอบในปัจจุบันของคุณ
คุณอาจจะได้รับประโยชน์จากการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานผู้มีประสบการณ์ในด้านความรับผิดชอบมากกว่าคุณ
ร้องขอเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติม 5-8 คะแนน ดูเหมือนคุณจะมีความยุ่งยากในความรับผิดชอบในที่ทำงาน ต่ำกว่า 5 คะแนน คุณไม่มีปัญหาในด้านความรับผิดชอบ เรื่องที่ต้องพิจารณา การยืนหยัด การคิดอย่างมีเหตุผล |
สูงกว่า 8 คะแนน ปรากฏว่าคุณมีระดับความพึงพอใจในงานต่ำ
และเป็นไปได้ว่าไม่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในที่ทำงาน
คุณกำลังทำงานที่เหมาะกับคุณอยู่หรือเปล่า
มีขอบเขตของงานที่น่าพอใจมากกว่านี้ไหมที่คุณสามารถย้ายไปทำได้ 5-8 คะแนน คุณสามารถจะได้รับความพึงพอใจในงานมากกว่านี้ได้ ต่ำกว่า 5 คะแนน เห็นได้ชัดว่าคุณสนุกกับงาน เรื่องที่ต้องพิจารณา การยืนหยัด การบริหารเวลา |
|
|
|
|
|
ข: บทบาทและหน้าที่ |
ง: ความสัมพันธ์ |
ฉ: การเชื่อมประสานระหว่าง
บ้านกับที่ทำงาน |
|
สูงกว่า 8 คะแนน คำบรรยายลักษณะงาน (job description) ของคุณต้องทำให้กระจ่างชัดและกำหนดให้แน่นอน
ให้ยืนหยัดเผชิญหน้ากับผู้จัดการของคุณและทำการเปลี่ยนแปลง 5-8 คะแนน บทบาทและหน้าที่ในงานของคุณต้องทำให้กระจ่างชัดในบางเรื่อง ต่ำกว่า 5 คะแนน บทบาทและหน้าที่ในงานของคุณไม่ปรากฏว่าเป็นตัวปัญหา เรื่องที่ต้องพิจารณา การยืนหยัด การบริหารเวลา |
สูงกว่า 8 คะแนน ความสัมพันธ์ในที่ทำงานสร้างความตึงเครียด
ให้พุ่งเป้าไปที่การปรับปรุงคุณภาพของสิ่งเหล่านี้
และแสวงหาความสนับสนุนที่ดีกว่านี้จากคนเหล่านั้นที่อยู่รอบๆ คุณ 5-8 คะแนน ความสัมพันธ์ในที่ทำงานของคุณอาจเป็นแหล่งแห่งความเครียด ต่ำกว่า 5 คะแนน ความสัมพันธ์ในที่ทำงานของคุณเห็นได้ชัดว่าเป็นตัวปัญหา เรื่องที่ต้องพิจารณา การยืนหยัด การปรับปรุงความสัมพันธ์ |
สูงกว่า 8 คะแนน ดูเหมือนคุณจะไม่แยกบ้านออกจากที่ทำงาน
คุณอาจจะต้องกั้นขอบเขตที่มั่นคงเหล่านั้นขึ้นใหม่ 5-8 คะแนน บ้านกับที่ทำงานแสดงสัญญาณบ่งชี้ว่ามีปฏิกิริยาต่อกันในทางลบ ต่ำกว่า 5 คะแนน ปฏิกิริยาต่อกันระหว่างบ้านกับที่ทำงานไม่ปรากฏว่าสร้างความตึงเครียด เรื่องที่ต้องพิจารณา การดูแลตัวเอง การบริหารเวลา |
ส่วนนี้ประเมินความมีประสิทธิผลของ
ทักษะชีวิต ของคุณ
หรือวิธีที่คุณจัดการกับความเครียด
ขอให้อ่านแต่ละข้อความ
แล้วตัดสินใจว่าคะแนนระดับไหนที่บรรยายวิธีที่คุณปฏิบัติตัวในปัจจุบันได้ดีที่สุด
การให้คะแนน
เสมอ 4 * บ่อยครั้ง 3 * บางครั้ง 2 * ไม่บ่อย 1 * ไม่เลย 0
|
1.
ฉันสามารถขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้ |
|
16.
ฉันรู้สึกใกล้ชิดและพูดคุยได้อย่างเปิดเผยกับสมาชิกในครอบครัวของฉัน |
|
|
2.
ฉันบริหารเวลา
ดังนั้น ฉันจึงไม่รีบเร่ง |
|
17.
ฉันหาเวลาทำงานอดิเรกและเวลาว่าง |
|
|
3.
เมื่อฉันอารมณ์เสียหรือรู้สึกหดหู่
ฉันจะพยายามเข้าใจว่าอะไรทำให้ฉันรู้สึกอย่างนี้ |
|
18.
เมื่อฉันได้รับความกดดัน
ฉันพบว่าเป็นการยากที่จะสนุกสนานเพลิดเพลิน |
|
|
4.
ฉันปรึกษาเพื่อนๆ
เรื่องความวิตกกังวลของฉัน |
|
19.
ฉันรู้สึกรำคาญถ้าได้รับการบริการที่ไม่ดี |
|
|
5.
ฉันสนใจเกี่ยวกับโภชนาการ
สุขภาพ และรูปร่างท่าทาง |
|
20.
ฉันมอบหมายงานให้คนอื่นทำ
ถ้าจำเป็น |
|
|
6.
ฉันหลีกเลี่ยงการทำงานยากและสถานการณ์ที่ยากลำบาก |
|
21.
ตามปกติแล้ว
ฉันสามารถระบุอารมณ์เศร้าโศกว่ามีสาเหตุมาจากบางสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันได้ |
|
|
7.
ฉันแสดงอารมณ์ออกมาอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา |
|
22.
ฉันเข้าสังคมกับเพื่อนๆ
ได้ดี |
|
|
8.
ฉันทำงานเพื่อไปสู่เป้าหมายส่วนตัวของฉันเอง |
|
23.
ฉันเชื่อว่าฉันต้องเป็นคนเห็นแก่ตัวในบางครั้ง |
|
|
9.
ฉันยอมรับสถานการณ์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ |
|
24.
ฉันมักจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆ |
|
|
10.
ฉันสามารถเชื่อใจ
พูดคุยอย่างเปิดเผย และแบ่งปันความรู้สึกกับเพื่อนสนิทและครอบครัวได้ |
|
25.
ฉันชอบแบ่งปันความคิดต่างๆ
ของฉันกับคนอื่น แม้ว่าพวกเขาจะไม่เห็นด้วยก็ตาม |
|
|
11.
ฉันให้รางวัลตัวเองด้วยบางสิ่งที่น่าพอใจเมื่อฉันได้ทำงานหนึ่งสำเร็จลงด้วยดี |
|
26.
ฉันทำรายการสิ่งต่างๆ
ที่ฉันจะต้องทำ |
|
|
12.
ฉันมักจะควบคุม/ระงับอารมณ์ตัวเองและหลีกห่างจากผู้คน |
|
27.
ฉันจะเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าว
แล้วคิดใคร่ครวญหาวิธีแก้ปัญหา |
|
|
13.
ฉันสามารถพูดว่า
ไม่ ต่อการเรียกร้องต้องการของผู้อื่นได้
และก็สามารถปฏิเสธการร้องขอได้ |
|
28.
ฉันเพลิดเพลินกับงานสังคมที่พบปะกับผู้คน |
|
|
14.
ฉันวางแผนอย่างระมัดระวังว่าฉันสามารถจัดการกับสิ่งต่างๆ
ได้มากเท่าไร |
|
29.
ฉันหาเวลาผ่อนคลาย |
|
|
15.
ฉันสามารถมองเห็นการทะเลาะทุ่มเถียงได้ทั้งสองด้าน |
|
30.
ฉันต้องได้ทุกสิ่งในเวลาอันจำกัด |
|
การตีความหมายคะแนนของคุณ
ให้นำคะแนนของคุณสำหรับคำถามแต่ละข้อย้ายข้ามหน้ามาใส่ไว้ในช่องสี่เหลี่ยมที่ทำไว้เป็นคอลัมน์ข้างล่างนี้
ในแต่ละคอลัมน์แสดงให้เห็นทักษะในการดำเนินชีวิต ให้รวมคะแนนเหล่านั้นในแต่ละคอลัมน์
จากนั้นก็นำไปเทียบกับการตีความหมาย/อธิบายคะแนนสำหรับแต่ละทักษะในการดำเนินชีวิตที่อยู่ด้านล่าง
|
ก |
|
|
ข |
|
|
ค |
|
|
ง |
|
|
จ |
|
|
ฉ |
|
|
1 |
|
|
2 |
|
|
3 |
|
|
4 |
|
|
5 |
|
|
6 |
|
|
7 |
|
|
8 |
|
|
9 |
|
|
10 |
|
|
11 |
|
|
12 |
|
|
13 |
|
|
14 |
|
|
15 |
|
|
16 |
|
|
17 |
|
|
18 |
|
|
19 |
|
|
20 |
|
|
21 |
|
|
22 |
|
|
23 |
|
|
24 |
|
|
25 |
|
|
26 |
|
|
27 |
|
|
28 |
|
|
29 |
|
|
30 |
|
|
รวม |
|
|
รวม |
|
|
รวม |
|
|
รวม |
|
|
รวม |
|
|
รวม |
|
|
ก: การยืนหยัด |
ค: การคิดอย่างมีเหตุผล |
จ: การดูแลตัวเอง |
|
สูงกว่า 13 คะแนน มีการยืนหยัดในพฤติกรรมของคุณ
คุณสามารถแสดงตัวออกมาอย่างเปิดเผย และปกป้องสิทธิของคุณได้ 8-13 คะแนน คุณสามารถจะยืนหยัดได้มากกว่านี้ ต่ำกว่า 8 คะแนน เห็นได้ชัดว่าคุณไม่เป็นคนยืนหยัดเพียงพอ เรื่องที่ต้องพิจารณา การยืน-หยัด |
สูงกว่า 13 คะแนน ดูเหมือนคุณจะเข้าใจว่าความคิดของคุณได้รับผลกระทบจากความรู้สึกของคุณอย่างไร
และสามารถจะคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยวิธีที่มีเหตุมีผล 8-13 คะแนน คุณสามารถปรับปรุงความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างความคิดกับอารมณ์ของคุณได้ ต่ำกว่า 8 คะแนน นิสัยการคิดของคุณอาจจะเป็นสาเหตุของความเครียด เรื่องที่ต้องพิจารณา การคิดอย่างมีเหตุผล |
สูงกว่า 13 คะแนน คุณดูแลตัวเองได้ดีและเข้าใจความจำเป็นของการดูแลตัวเอง 8-13 คะแนน คุณสามารถปรับปรุงการดูแลตัวเองให้ดีขึ้นได้ ต่ำกว่า 8 คะแนน คุณไม่เอาใจใส่ต่อตัวคุณเอง เรื่องที่ต้องพิจารณา การดูแลตัวเอง |
|
|
|
|
|
ข: การบริหารเวลา |
ง: การปรับปรุงความสัมพันธ์ |
ฉ: การปรับตัวได้ไม่ดี |
|
สูงกว่า 13 คะแนน ดูเหมือนคุณจะบริหารเวลาได้ดี
และทำให้ตัวเองได้รับสิ่งที่ต้องการจากชีวิต 8-13 คะแนน การบริหารเวลาของคุณอาจต้องได้รับการปรับปรุง ต่ำกว่า 8 คะแนน คุณไม่บริหารเวลาของคุณได้ดีพอ
และต้องการการปรับปรุงทักษะในขอบเขตนี้ เรื่องที่ต้องพิจารณา การบริหารเวลา |
สูงกว่า 13 คะแนน ดูเหมือนคุณจะมีความสัมพันธ์ในทางบวกและมีระบบการสนับสนุนที่ดี 8-13 คะแนน คุณสามารถปรับปรุงวิธีการที่คุณใช้เครือข่ายทางสังคมของคุณในฐานะเป็นวิธีการรับมือกับปัญหา ต่ำกว่า 8 คะแนน เห็นได้ชัดว่าคุณมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ
เรื่องที่ต้องพิจารณา ปรับปรุงความสัมพันธ์ |
สูงกว่า 13 คะแนน เห็นได้ชัดว่าคุณมีนิสัยที่ไม่มีประโยชน์อยู่ส่วนหนึ่งในรูปของวิธีการที่ช่วยคุณรับมือในระยะเวลาสั้นๆ
แต่ก็ทำให้คุณตกเป็นเหยื่อความเครียดได้ง่าย
บ่อยครั้งที่การผสมผสานระหว่างการผัดวันประกันพรุ่ง การหลีกเลี่ยง
ความพอใจแต่สิ่งดีเลิศ อารมณ์ที่เก็บระงับไว้
และการยอมให้ความเพลิดเพลินใจถูกบีบออกไปจากชีวิตคุณนั้น
สามารถนำไปสู่ความตึงเครียดในระดับที่รุนแรงได้ ถ้าคุณได้คะแนน 3 หรือ 4
คะแนนในคำถามเหล่านี้ ก็ขอให้คุณทบทวนประเด็นที่เกี่ยวพันดังต่อไปนี้ 6 การเอาชนะการผัดวันประกันพรุ่ง 12 การแสดงความรู้สึก 18 การดูแลตัวเอง 24 การเปลี่ยนแปลงความกลัวและโรคหวาดกลัวแบบโฟเบีย 30 การควบคุมความพอใจแต่สิ่งดีเลิศ 8-13 คะแนน คุณต้องตระหนักถึงนิสัยเหล่านี้และพยายามแก้ไข ต่ำกว่า 8 คะแนน คุณไม่มีปัญหามากนักกับนิสัยที่ไม่เป็นประโยชน์เหล่านี้ |
ให้อ่านแต่ละข้อความต่อไปนี้และเลือกคะแนนที่บรรยายวิธีที่คุณคิดและปฏิบัติ
จากนั้นก็รวมคะแนนทั้งหมดเพื่อจะประมาณว่าคุณเป็นคนยืนหยัดเพียงใด
การให้คะแนน
เสมอ 4 * ปกติ 3 * บางครั้ง 2 * ไม่เลย 1
|
1.
ฉันไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อออกไปพูดต่อหน้ากลุ่มคน |
|
11.
ฉันสามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนได้อย่างเปิดเผย |
|
|
2.
ถ้าฉันรำคาญ
ฉันก็สามารถแสดงความรู้สึกโกรธออกมาอย่างเปิดเผยต่อหน้าผู้คนได้ |
|
12.
เมื่อบางคนวิพากษ์วิจารณ์ฉัน
ฉันสามารถพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้และเรียนรู้จากมันได้ |
|
|
3.
ฉันสามารถยอมรับว่า
ฉันไม่รู้ ได้
ถ้าฉันขาดความรู้ที่เหมาะสม |
|
13.
ฉันเชื่อว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนใจได้ |
|
|
4.
ถ้าฉันรู้สึกว่าบางสิ่งต้องเปลี่ยนแปลง
ฉันก็จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น |
|
14.
ฉันหาเวลาที่จะให้สิ่งดีๆ
แก่ตัวเอง |
|
|
5.
ฉันสามารถบอกเพื่อนว่าเขาหรือเธอกำลังทำบางสิ่งที่รบกวนฉัน |
|
15.
ฉันรับผิดชอบต่อตัวเองและต่อความผิดพลาดของฉัน
และไม่แก้ตัว |
|
|
6.
เมื่อฉันทำบางสิ่งสำเร็จลงด้วยดีแล้ว
ฉันจึงจะสามารถรับคำชมเชยได้อย่างสง่างาม |
|
16.
ฉันเอ่ยปากชมและบอกผู้คนว่าพวกเขาได้ทำสิ่งที่ฉันชอบ |
|
|
7.
ฉันสามารถเริ่มต้นสนทนากับคนแปลกหน้าได้ |
|
17.
ฉันสามารถแสดงความรู้สึกต่อผู้คนที่อยู่ใกล้ชิดฉัน
ว่าฉันรักหรือชอบพวกเขาได้ |
|
|
8.
ฉันสามารถพูดว่า
ไม่ และปฏิเสธคำร้องขอได้
ถ้าฉันไม่ต้องการจะทำบางสิ่ง |
|
18.
ฉันยอมรับว่าฉันหวาดกลัวหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับบางสิ่ง |
|
|
9.
ฉันไม่รู้สึกลำบากใจเลยในการแตะต้องสัมผัสตัวเพื่อน
ถ้าฉันรู้สึกดีเกี่ยวกับตัวเขา/เธอ |
|
19.
ฉันแสดงความคิดเห็นแม้ว่าผู้อื่นจะไม่เห็นด้วยเสมอไป |
|
|
10.
ฉันจะบ่นถ้าฉันไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการจากคนอื่น |
|
20.
ฉันยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงสร้างสรรค์จากคนอื่นได้ |
|
|
|
|
คะแนนรวม |
|
การตีความหมายคะแนนของคุณ
สูงกว่า
60 คะแนน การยืนหยัดในระดับดี
เห็นได้ชัดว่าคุณเป็นคนยืนหยัดในวิธีที่คุณปฏิบัติตัวต่อคนอื่นๆ
และแสดงความเป็นตัวคุณเองออกมาได้ดี อย่างไรก็ตาม
คุณอาจจะรู้สึกยืนหยัดมากขึ้นในขอบเขตบางอย่างของชีวิตมากกว่าในขอบเขตอื่นๆ
ทุกคนสามารถปรับปรุงทักษะแห่งการยืนหยัดได้ในขอบเขตที่แตกต่างกัน
45-60 คะแนน การยืนหยัดในระดับปานกลาง
คุณมีรูปแบบผสมของพฤติกรรมที่เป็นคนยืนหยัดและเป็นคนที่ไม่ยืนหยัด
ให้ระบุบริเวณอันเป็นจุดอ่อนของคุณ
สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับวิธีการที่คุณแสดงอารมณ์หรือความคิดต่อคนเหล่านั้นที่อยู่ใกล้ชิดคุณ
ต่อคนแปลกหน้า หรือต่อผู้มีอำนาจหรือไม่
ต่ำกว่า
45 คะแนน การยืนหยัดในระดับที่ไม่ดี
เห็นได้ชัดว่าคุณเป็นคนไม่ยืนหยัดและจะได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ
พยายามระบุบริเวณอันเป็นจุดอ่อนของคุณ ถามตัวคุณเองว่าตามปกติแล้วคุณเป็นคนเฉยๆ
ไม่ดิ้นรนใช่หรือไม่
หรือว่าบางครั้งบางคราวคุณก็มักจะหันเหไปทางการมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว
ทำความรู้จักอาการแห่งความเครียด
เพื่อจะประเมินขอบเขต/ขนาดที่ความเครียดมีผลกระทบต่อสุขภาพของคุณ
ขอให้คุณคิดย้อนกลับไปยังหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จากนั้นก็อ่านแต่ละข้อความข้างล่าง
และตัดสินใจทีละข้อความ
ว่าคะแนนเท่าไรที่สามารถบรรยายสภาวะทางร่างกายและอารมณ์ในปัจจุบันของคุณได้ดีที่สุด
การให้คะแนน
เสมอ 4 * บ่อยครั้ง 3 * บางครั้ง 2 * ไม่บ่อย 1 * ไม่เลย 0
|
1.
ฉันมีความรู้สึกหวั่นกลัวและตื่นตกใจขึ้นมาในทันที |
|
16.
ฉันไม่สามารถ
ปิด ความคิดวิตกกังวลบางอย่างได้ |
|
|
2.
ฉันรู้สึกเครียด
กลัว หรือช้ำใจ |
|
17.
ฉันสูญเสียความสนใจในกิจกรรมทางเพศ |
|
|
3.
ฉันหนักใจเนื่องจากเป็นคนนอนหลับยาก
นอนหลับไม่สนิท หรือไม่สามารถตื่นเช้าได้ |
|
18.
ฉันมีอาการใจสั่นหรือรู้สึกเครียดเนื่องจากตื่นเต้นหรือเป็นทุกข์เป็นร้อน |
|
|
4.
ฉันวิตกว่าบางสิ่งที่น่ากลัวอาจจะเกิดขึ้น |
|
19.
ฉันขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง |
|
|
5.
ฉันรู้สึกโกรธง่าย
หงุดหงิด และอารมณ์ไม่ดี |
|
20.
ฉันวิตกว่าฉันจะไม่สามารถรับมือกับสิ่งใดได้ |
|
|
6.
ฉันมีแบบแผนการกินอาหรที่ไม่สม่ำเสมอ
คือไม่กินมากไปก็กินน้อยไป |
|
21.
ฉันปวดศีรษะหรือปวดไมเกรน |
|
|
7.
ฉันสูบบุหรี่จัดและดื่มหนัก
หรือใช้ยากล่อมประสาทหรือยาเสพติดอื่นๆ |
|
22.
ฉันรู้สึกว่าชีวิตช่างไร้ค่าไม่น่าอยู่ |
|
|
8.
ฉันทุกข์ทรมานจากอาการท้องเสีย
ท้องร่วง หรือท้องผูก |
|
23.
ฉันรู้สึกมองโลกในแง่ร้ายเกี่ยวกับอนาคต |
|
|
9.
ฉันไม่ค่อยมีสมาธิ
ความจำไม่ดี หรือรู้สึกลำบากใจในการตัดสินใจ |
|
24.
ฉันรู้สึกเครียด |
|
|
10.
ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าและหมดแรง |
|
25.
ฉันถูกครอบงำด้วยเรื่องบางเรื่อง
เช่นความป่วยไข้ ความสะอาด หรืออาหาร เป็นต้น |
|
|
11.
ฉันวิตกว่าฉันจะสูญเสียการควบคุม
จะเจ็บป่วยทางจิต หรือจะป่วยไข้ |
|
26.
ฉันมีอาการเจ็บปวดที่ทำให้ฉันเป็นทุกข์กังวล |
|
|
12.
ฉันรู้สึกเซื่องซึมเฉื่อยชา
ไม่มีสิ่งใดสำคัญเลย |
|
27.
ฉันรู้สึกหวั่นไหวง่ายและร้องไห้ง่าย |
|
|
13.
ฉันรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องแม้ตอนพักผ่อน |
|
28.
ฉันรู้สึกว่าร่างกายเหนื่อยอ่อน |
|
|
14.
ฉันแน่นหน้าอก
และรู้สึกตึงที่คอและศีรษะ |
|
29. ฉันรู้สึกวิงเวียน อยู่ห่างไกล
ไม่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง หรือรู้สึกเลือนราง |
|
|
15.
ฉันหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่น่ากังวล |
|
30.
ฉันหลีกเลี่ยงไม่อยากพบเพื่อน
และไม่มีความสนใจในงานอดิเรก |
|
|
|
|
คะแนนรวม |
|
การตีความหมายคะแนนของคุณ
ให้รวมคะแนนทั้งหมดของคุณเพื่อหาจำนวนรวม
ซึ่งจะให้แนวคิดแก่คุณว่าคุณได้รับผลกระทบจากความเครียดที่เป็นอันตรายหรือไม่
|
สูงกว่า
40 คะแนน มีความเครียดสูง |
|
20-40
คะแนน มีความเครียดปานกลาง |
|
ตำกว่า
20 คะแนน มีความเครียดต่ำ |
|
ดูเหมือนคุณจะทนทุกข์จากอาการหลากหลายของความเครียด
มองดูที่วิธีแก้ปัญหาระยะสั้น จากนั้นก็จัดการกับต้นตอของปัญหา |
|
เห็นได้ชัดว่าคุณมีความเครียดปานกลาง
ให้มองที่ต้นตอที่เป็นไปได้ของความเครียด
และตั้งเป้าที่จะปรับปรุงทักษะในการรับมือกับปัญหา |
|
คุณไม่แสดงให้เห็นสัญญาณของการทนทุกข์จากอาการที่สำคัญของความเครียด
ให้ระวังปัญหาของการเครียดน้อยเกินไป |
|
ทุกคนตอบสนองต่อความเครียดแตกต่างกัน
นั่นคือคุณอาจจะมีอาการวิตกกังวลอย่างเช่นการตื่นตระหนกหรือปวดศีรษะ
หรือคุณอาจจะพบว่ากระเพาะและลำไส้ของคุณได้รับผลกระทบ
รายงานวิจัยกล่าวว่ามีความแตกต่างทางเพศอยู่ประการหนึ่ง
คือผู้ชายมีแนวโน้มที่จะรู้สึกหงุดหงิดและก้าวร้าว
อีกทั้งมีเป็นไปได้มากกว่าที่จะมีพฤติกรรมการเสพยา
ขณะที่ผู้หญิงโน้มเอียงไปในทางเก็บตัวและรู้สึกหดหู่ซึมเศร้ามากกว่า
เมื่อฮอร์โมนผลิตความเครียดเช่นอดรีนาลีนกำลังหลั่งไหลรวดเร็วไปทั่วร่างกายคุณ
คุณอาจ |
|
จะนอนไม่หลับ
แม้ว่ามีบางคนยืนกรานว่า ไม่ว่าจะรู้สึกเครียดมากเพียงไร
พวกเขาก็มักจะนอนหลับได้ดีเสมอ สัญญาณของความเครียดเหล่านี้มีปฏิกิริยาต่อกัน
และบ่อยครั้งก็มีผลสะท้อนต่อเนื่อง (knock-on effect) ในที่ซึ่งอาการอย่างหนึ่งกระตุ้นอาการอีกอย่างหนึ่ง
ตัวอย่างเช่น ความเครียดอาจนำไปสู่ความตื่นตระหนก
ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของพฤติกรรมการหลีกหนี
การมีอาการหวาดกลัวและโรคกลัวแบบโฟเบีย หรือความคิดวิตกกังวลที่รุกล้ำเข้ามา
ซึ่งในที่สุดอาจจะส่งผลให้เกิดความรู้สึกซึมเศร้าและความมั่นใจที่ลดต่ำลง |
คุณตอบคำถามเหล่านั้นอย่างไร
ตอนนี้ให้ดูที่วิธีที่คุณตอบแต่ละคำถาม
ให้วงกลมคำถามแต่ละข้อที่คุณได้คะแนน 3 หรือ 4 คะแนน
เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า ณ
บริเวณใดที่ความเครียดมีผลกระทบต่อคุณมากที่สุด
|
1 |
อาการตื่นตระหนก |
|
11 |
ความเครียดปกติ |
|
21 |
ปวดศีรษะและปวดไม-เกรน |
|
2 |
ความเครียดปกติ |
|
12 |
ภาวะซึมเศร้า |
|
22 |
ภาวะซึมเศร้า |
|
3 |
ปัญหาในการนอนหลับ |
|
13 |
ภาวะระบายลมหายใจเกิน
(hyperventilation) |
|
23 |
ภาวะซึมเศร้า |
|
4 |
อาการตื่นตระหนก ภาวะซึมเศร้า |
|
14 |
ปวดศีรษะและปวดไม-เกรน |
|
24 |
ความเครียดปกติ |
|
5 |
ฉุนเฉียวง่ายและหงุดหงิด |
|
15 |
ความหวาดกลัวและโรคกลัวแบบโฟเบีย |
|
25 |
พฤติกรรมอันเกิดจากการถูกครอบงำด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง |
|
6 |
ความผิดปกติในการกิน |
|
16 |
พฤติกรรมอันเกิดจากการถูกครอบงำด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง |
|
26 |
พฤติกรรมอันเกิดจากการถูกครอบงำด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาการตื่นตระหนก |
|
7 |
เสพสุรามากเกินไป |
|
17 |
ภาวะซึมเศร้า |
|
27 |
ภาวะซึมเศร้า |
|
8 |
อาการลำไส้ระคายเคือง |
|
18 |
อาการตื่นตระหนก |
|
28 |
ความเครียดปกติ |
|
9 |
ภาวะซึมเศร้า |
|
19 |
ความรู้สึกภูมิใจในตนเองต่ำ ภาวะซึมเศร้า |
|
29 |
ภาวะระบายลมหายใจเกิน
(hyperventilation) อาการตื่นตระหนก |
|
10 |
อาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง |
|
20 |
ภาวะซึมเศร้า |
|
30 |
ภาวะซึมเศร้า ความหวาดกลัวและโรคกลัวแบบโฟเบีย |
รายการตรวจเช็คความเหนื่อยล้า
ให้ทบทวนทุกแง่มุมในชีวิตคุณในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
ทั้งการงาน สถานการณ์ทางสังคม ครอบครัวและการพักผ่อนหย่อนใจ
จากนั้นก็ใคร่ครวญแต่ละคำถามที่ตามมาและประเมินขนาดความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว
กรุณาเน้นย้ำความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาเป็นพิเศษ
ใช้เครื่องวัดต่อไปนี้
และระบุตัวเลขในคอลัมน์กำหนดคะแนนที่สะท้อนถึงระดับความเปลี่ยนแปลงที่คุณได้รับ จงซื่อสัตย์
คุณค่าของการประเมินตัวเองนี้จะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยถ้าคุณไม่สัตย์ซื่อ
1.
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยหรือเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
2.
มีการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งสังเกตเห็น
3.
มีการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้
4.
มีระดับความเปลี่ยนแปลงพอใช้
5.
มีระดับความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
คะแนน
( ) 1. คุณอ่อนเพลียมากขึ้น
เหนื่อยหน่าย หรือ เหนื่อยล้า ตอนสิ้นสุดวัน
( ) 2. คุณไม่ค่อยสนใจทำงาน
( ) 3. คุณสูญเสียความทะเยอทะยานในอาชีพ
( ) 4. คุณพบว่าตัวเองกลายเป็นคนเบื่อง่าย
(ด้วยการใช้เวลาหลายชั่วโมงทำสิ่งที่ไม่ค่อยสำคัญ)
( ) 5. คุณกลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย
ชอบวิพากษ์วิจารณ์ หรือชอบเยาะเย้ยตัวเองและคนอื่นมากขึ้น
( ) 6. คุณลืมนัด
เวลากำหนดหรือเส้นตาย หรือกิจกรรมต่างๆ อีกทั้งไม่รู้สึกสนใจสิ่งเหล่านี้มากนัก
( ) 7. คุณใช้เวลาอยู่คนเดียวมากขึ้น
หลีกห่างจากเพื่อนฝูง ครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน
( ) 8. คุณมีความรู้สึกหงุดหงิดง่าย
เกลียดชัง หรือก้าวร้าวมากขึ้นหรือไม่
( ) 9. อารมณ์ขันของคุณที่มีต่อตัวเองและผู้อื่นลดน้อยลงไหม
( ) 10. คุณเจ็บป่วยบ่อย (เป็นไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดธรรมดา หรือเจ็บปวดตามร่างกาย) ใช่หรือไม่
( ) 11. คุณปวดศีรษะมากกว่าที่เคยเป็นไหม
( ) 12. คุณทรมานจากปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะและลำไส้
(ปวดท้อง ท้องร่วงเรื้อรัง
หรืออาการลำใส่ใหญ่บวม) หรือไม่
( ) 13. เกือบทุกเช้าคุณตื่นนอนแล้วรู้สึกเหนื่อยเพลียอย่างมากใช่ไหม
( ) 14. คุณจงใจพยายามหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนที่เมื่อก่อนนี้คุณไม่มีปัญหาที่จะอยู่ด้วยใช่หรือไม่
( ) 15. แรงขับทางเพศของคุณลดน้อยลงหรือเปล่า
( ) 16. ตอนนี้คุณมักจะปฏิบัติต่อผู้คนเสมือนเป็น
วัตถุไม่มีตัวตน หรือด้วยความเฉยเมย
( ) 17. ในที่ทำงาน
คุณรู้สึกว่างานที่คุณทำสำเร็จนั้นไม่ค่อยสลักสำคัญ
และว่าคุณไม่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสิ่งใด
( ) 18. ในชีวิตส่วนตัวของคุณ
คุณรู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำสำเร็จนั้นเป็นสิ่งไม่ค่อยสำคัญ
( ) 19. คุณใช้เวลามากในแต่ละวันเฝ้าครุ่นคิดหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับงาน
ผู้คน อนาคต หรืออดีตใช่หรือเปล่า
( ) 20. คุณรู้สึกว่าคุณ ทนไม่ไหวแล้ว นั่นคือคุณมาถึงจุดของ ความเจ็บป่วย แล้ว
( ) รวม
การตีความหมาย
20
30 คุณไม่มีอาการเหนื่อยล้า
คุณอาจจะไม่ค่อยเอาใจใส่ชีวิตหรืองานของคุณมากนัก
31
45 นี่เป็นคะแนนปกติของผู้ที่ทำงานหนักและเอาจริงเอาจัง
ต้องแน่ใจว่าคุณมีเวลาพักผ่อนเป็นระยะๆ
46
60
คุณกำลังประสบกับอาการเหนื่อยล้าแบบไม่รุนแรง
และสามารถจะได้รับประโยชน์จากการทบทวนพิจารณาวงจรชีวิตของคุณอย่างถี่ถ้วน
61
75 คุณกำลังมีอาการเหนื่อยล้า
คุณควรหาความช่วยเหลือ ควรประเมินชีวิตของคุณใหม่และทำการเปลี่ยนแปลง
สูงกว่า
90 คุณมีอาการเหนื่อยล้าแบบเป็นอันตรายและต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน
ความเหนื่อยล้าของคุณกำลังทำร้ายความเป็นอยู่ทางด้านจิตใจและร่างกายของคุณ
ความแตกต่างระหว่างความเหนื่อยล้ากับความเครียด
§
ความเหนื่อยล้าเป็นการป้องกันที่แสดงลักษณะด้วยการปลดปล่อย
§
ความเครียดแสดงลักษณะด้วยการปลดปล่อยที่มากเกินไป
§
ในความเหนื่อยล้านั้น ความรู้สึกต่างๆ จะลดน้อยลง
§
ในความเครียด ความรู้สึกต่างๆ จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบมากเกินไป
§
ในความเหนื่อยล้า
ความเสียหายทางอารมณ์จะเกิดขึ้นเป็นสิ่งแรก
§
ในความเครียด
ความเสียหายทางร่างกายจะเกิดเป็นสิ่งแรก
§
ความเหน็ดเหนื่อยหมดแรงอันเนื่องจากความเหนื่อยล้ามีผลกระทบต่อแรงจูงใจและพลังขับเคลื่อน
§
ความเหน็ดเหนื่อยหมดแรงอันเนื่องจากความเครียดมีผลกระทบต่อพลังทางร่างกาย
§
ความเหนื่อยล้าทำลายขวัญและกำลังใจ
§
ความเครียดก่อให้เกิดการแตกสลาย
§
ความเหนื่อยล้าสามารถเข้าใจได้ดีที่สุดในฐานะที่เป็นการสูญเสียอุดมการณ์และความหวัง
§
ความเครียดสามารถเข้าใจได้ดีที่สุดในฐานะที่เป็นการสูญเสียสิ่งกระตุ้นและพลังงาน
§
ความหดหู่อันเนื่องจากความเหนื่อยล้า
มีสาเหตุมาจากความเศร้าเสียใจที่เกิดจากการสูญเสียอุดมการณ์และความหวัง
§
ความหดหู่อันเนื่องจากความเครียด
เกิดจากความต้องการของร่างกายในอันที่จะปกป้องตัวเองและสงวนรักษาพลังงาน
§
ความเหนื่อยล้าทำให้เกิดโรคจิตหวาดระแวง (paranoia) การสูญเสียความเป็นตัวเอง
และการปลีกตัว
§
ความเครียดก่อให้เกิดความตื่นตกใจ
ความหวาดกลัวประเภทโฟเบีย และความทุกข์กังวลอันผิดปกติ
§
ความเหนื่อยล้าอาจจะไม่พร่าชีวิตคุณ
แต่ชีวิตอันยาวนานของคุณอาจดูเหมือนไม่มีค่าควรจะดำรงอยู่
§
ความเครียดอาจจะสังหารคุณก่อนเวลาอันควร และคุณอาจไม่มีเวลาเพียงพอที่จะทำสิ่งที่คุณเริ่มไว้ให้สำเร็จ
คุณเอางานกลับไปทำที่บ้านใช่ไหม
เป็นการเลวร้ายเพียงพอแล้วที่คุณนำงานกลับไปทำที่บ้าน
เพราะครอบครัวคุณถูกแย่งความรักและความเอาใจใส่จากคุณ
แต่มันเป็นความเสียหายที่มากขึ้นอีกเมื่อคุณนำงานกลับไปทำที่บ้านด้วยความรู้สึกเครียด
กดดัน โมโหฉุนเฉียว และด้วยอารมณ์ขุ่นหมอง ถ้าคุณให้คุณค่าต่อครอบครัวคุณ
คุณก็จะสัตย์ซื่อและทบทวนว่าใช่หรือไม่ และในระดับไหน
ที่คุณทิ้งงานไว้ที่ที่ทำงานแต่กลับนำความวิตกกังวลเกี่ยวกับงานกลับมาบ้านด้วย
ต่อไปนี้เป็นคำถามที่จะช่วยคุณสำรวจว่า งานของคุณกำลังทำร้ายครอบครัวคุณหรือเปล่า
จงให้คะแนนในแต่ละคำถามดังนี้
0 ไม่เลย 1 บางครั้ง 3 บ่อยครั้ง
คะแนน
( ) 1. ครอบครัวขัดแย้งกันอันเนื่องมาจากคุณ
ชั่วขณะที่คุณกลับจากที่ทำงานมาถึงบ้าน ใช่หรือไม่
( ) 2. คุณไม่พอใจหรือมีความรู้สึกไม่สบายใจตอนที่เลิกงานแล้วต้องกลับบ้าน
ใช่ไหม
( ) 3. สามี/ภรรยาของคุณจะแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่
(แม้ว่าคุณจะไม่เห็นด้วยกับการที่ว่าคุณมิได้ใช้เวลากับครอบครัวคุณอย่างเพียงพอ)
( ) 4. คุณกับสามี/ภรรยามีความไม่ลงรอยกันหรือมีการโต้เถียงที่เกิดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
ในเรื่องเกี่ยวกับลักษณะงานบางอย่างของคุณหรือไม่
( ) 5. คุณมีแนวโน้มที่ต้องการจะพูดเกี่ยวกับปัญหาในที่ทำงานอย่างมากตอนอยู่บ้านใช่ไหม
( ) 6. คุณไม่อดทนเมื่ออยู่บ้าน
ตอนที่สมาชิกในครอบครัวต้องการจะเล่าปัญหาประจำวันของพวกเขาให้คุณฟังใช่ไหม
( ) 7. คุณขาดเพื่อนที่คุณสามารถแบ่งปันปัญหาหรือพูดสิ่งต่างๆ
ที่ทำให้คุณยุ่งยากลำบาก ใช่หรือไม่
( ) 8. คุณรู้สึกขัดข้องใจและโกรธเคืองเกี่ยวกับสิ่งเลวร้ายในที่ทำงาน
หรือเพราะว่าเพื่อนร่วมงานหรือฝ่ายบริหารไม่ฟังคำแนะนำของคุณ ใช่หรือไม่
( ) 9. คุณพบว่าเป็นการยากที่จะผ่อนคลายเมื่ออยู่บ้านหลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน
เพราะว่ามีสิ่งกวนใจหรือเสียงดังอึกทึกเกินไป
หรือเป็นเพราะคุณรู้สึกโกรธเคืองหรือท้อแท้มากเกินไป ใช่ไหม
( ) 10. เมื่อคุณกลับบ้าน
คุณรู้สึกว่าครอบครัวคุณไม่สนใจว่าคุณเผชิญกับอะไรมาบ้างในวันนี้
และว่าพวกเขาไม่ต้องการจะฟังเกี่ยวกับสิ่งนี้ ใช่ไหม
( ) 11. คุณครุ่นคิดเกี่ยวกับงานของคุณต่อไปอีกสักพักหลังจากคุณกลับถึงบ้านแล้ว
เพื่อว่าคุณจะได้ไม่ต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องอื่นใด ใช่หรือไม่
( ) 12. คุณพบว่าตัวคุณเองผิดคำพูดเกี่ยวกับกิจกรรมของครอบครัวโดยไร้เหตุผลที่แท้จริง
หรือว่าครอบครัวคุณบอกว่าการทำเช่นนั้นมีเหตุผลไม่เพียงพอ ใช่ไหม
( ) รวม
คุณทำอย่างไร
คะแนน
ต่ำกว่า
5 คุณอยู่ในสภาพที่ดีมาก
ครั้งหรือสองครั้งทุกๆ สองสามเดือน
คุณจะกลับบ้านจากที่ทำงานด้วยอาการขัดข้องใจหรือโกรธเคือง
แต่คุณก็ขจัดมันออกไปได้อย่างรวดเร็ว และมันก็ไม่มีผลกระทบต่อครอบครัวคุณ
6
12 คุณอาจจะจำเป็นต้องมองดูว่า
ด้วยวิธีใดและทำไมคุณจึงนำผลลัพธ์ทางอารมณ์จากงานของคุณกลับไปบ้านด้วย
รูปแบบความประพฤติและ/หรืออารมณ์ของคุณกำลังจะเริ่มส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวคุณ
ให้คุณจัดประชุมสมาชิกในครอบครัว จากนั้นก็ขอร้องทุกคนให้ซื่อสัตย์และบอกคุณว่า
คุณมิได้เก็บผลลัพธ์อันไม่สบายใจของงานที่คุณทำเอาไว้ ใช่หรือไม่
สูงกว่า
12 คุณต้องได้รับความช่วยเหลือ
คุณควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว งานของคุณกำลังทำร้ายครอบครัวคุณ
คุณต้องเรียนรู้วิธีที่จะเก็บปัญหาต่างๆ ของคุณไว้ที่ทำงาน หรือไม่ก็หางานใหม่
ครอบครัวคุณไม่ควรจะแบกความวิตกกังวลและปัญหาในเรื่องงานของคุณ
คุณมีบุคลิกภาพแบบ ก หรือ แบบ ข
การประเมินตนเองอย่างรวดเร็ว
1.
ชีวิตประจำวันของคุณส่วนใหญ่แล้วเต็มไปด้วย_______________ใช่หรือไม่
ก.
ปัญหามากมายที่ต้องการการแก้ไข
ข.
ความท้าทายที่ต้องเผชิญ
ค.
เหตุการณ์ประจำที่ค่อนข้างคาดเดาล่วงหน้าได้
2.
เมื่อคุณได้รับความกดดันหรือมีความเครียด
ตามปกติแล้วคุณจะ_______________
ก.
จุดการบางสิ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ในทันที
ข.
วางแผนอย่างรอบคอบก่อนกระทำสิ่งใด
3.
โดยปกติแล้ว คุณรับประทานอาหารเร็วเพียงใด
ก.
ตามปกติแล้วฉันจะเป็นคนแรกที่รับประทานเสร็จ
ข.
ฉันรับประทานเร็วกว่าปกติเล็กน้อย
ค.
ฉันรับประทานเสร็จพร้อมๆ กับคนอื่น
ง.
ฉันรับประทานช้ากว่าคนส่วนใหญ่
4.
เมื่อคุณกำลังฟังบางคนพูดคุยอยู่นั้น
และคนนี้ก็มักจะใช้เวลานานมากกว่าจะพูดเข้าประเด็นที่ต้องการสื่อ
คุณรู้สึกอยากเร่งเขา/เธอหรือไม่
ก.
บ่อยครั้ง ข. บางครั้งบางคราว ค. เกือบจะไม่เลย
5.
คนส่วนมากคิดว่าคุณเป็นคน_______________
ก.
ขยันขันแข็งและชอบการแข่งขันอย่างแน่นอน
ข.
บางทีอาจจะขยันขันแข็งและชอบการแข่งขัน
ค.
บางทีอาจจะเป็นคนเฉื่อยชาและชอบสบายมากกว่า
ง.
เป็นคนเฉื่อยชาและชอบสบายอย่างแน่นอน
6.
ผู้คนที่รู้จักคุณดีต่างเห็นพ้องกันว่า
คุณมีพละกำลัง/ความกระปรี้กระเปร่าน้อยกว่าคนส่วนใหญ่
ใช่หรือไม่
ก.
ใช่แน่นอน ข. บางทีอาจจะใช่
ค. บางทีอาจจะไม่ใช่ ง. ไม่ใช่แน่นอน
7. คุณเคยกำหนดเส้นตายหรือโควต้าสำรับตัวคุณเองในหลักสูตรหรือในเรื่องอื่นๆ
ไหม
ก.
ใช่แน่นอน ข. บางทีอาจจะใช่
ค. บางทีอาจจะไม่ใช่ ง. ไม่ใช่แน่นอน
8.
คุณรักษาตารางการศึกษาตามปกติในช่วงวันหยุด
เช่นในเทศกาลขอบคุณพระเจ้า คริสต์มาส
และอีสเตอร์หรือไม่
ก.
ใช่ ข. ไม่ ค. บางครั้ง
9.
เมื่อคุณอยู่ในกลุ่ม คนอื่นๆ
มักจะมองไปที่คุณเพื่อให้คุณเป็นผู้นำกลุ่ม ใช่หรือไม่
ก. ไม่บ่อย/ไม่ใคร่จะ
ข. บ่อยครั้งเท่าที่พวกเขามองไปที่คนอื่นๆ
ค.
บ่อยครั้งมากกว่าที่พวกเขามองไปที่คนอื่นๆ
10.
เมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียน/นักศึกษาส่วนมากในโรงเรียนนี้แล้ว
ฉัน_______________
ข.
มีความรับผิดชอบมากกว่าเล็กน้อย
ค.
มีความรับผิดชอบน้อยกว่าเล็กน้อย
ง.
มีความรับผิดชอบน้อยกว่ามาก
เพื่อจะรู้ว่าคุณได้คะแนนเท่าไร
ให้ทำตามคู่มือด้านล่าง ในแต่ละคำถามข้างต้น
คุณจะได้รับหนึ่งคะแนนถ้าคำตอบของคุณตรงตามตารางข้างล่าง
แล้วนำคะแนนเหล่านั้นมารวมกัน ถ้าคะแนนรวมของคุณเท่ากับ 7 หรือสูงกว่า
คุณก็มีบุคลิกภาพแบบ ก แต่ถ้าคุณได้คะแนน 3 หรือต่ำกว่า คุณก็อาจจะมีบุคลิกภาพแบบ ข (ถ้าคุณได้คะแนนระหว่าง 4 ถึง 6 คุณก็อยู่ในระดับกลางๆ
ไม่อาจชี้ชัดได้ว่าคุณมีบุคลิกภาพแบบ ก หรือ แบบ ข) ในการตีความหมายคะแนนของคุณในมิตินี้นั้น
โปรดคำนึงถึงความจริงสองประการ ประการแรกคือ มีทั้งข้อได้เปรียบและเสียเปรียบอันเกี่ยวเนื่องกับการมีบุคลิกภาพแบบ
ก หรือ แบบ ข ดังนั้น
สิ่งที่คุณชอบโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องเป้าหมายส่วนบุคคลและรสนิยมส่วนตัวมากกว่า
ประการที่สองคือ
มีความเป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในบางระดับเช่นเดียวกับในแง่มุมส่วนใหญ่ของบุคลิกภาพ
ถ้าตอนนี้คุณมีบุคลิกภาพ
แบบ ก
แต่อยากเปลี่ยนไปมีบุคลิกภาพแบบ ข คุณก็สามารถทำได้ ความจริงแล้ว
เทคนิคที่นำไปปฏิบัติได้เพื่อจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้มีการพัฒนาขึ้นแล้ว ดังนั้น
ถ้าคุณเชื่อว่าคุณอาจจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงชนิดนี้
ก็ขอให้คุณไปพบครูผู้สอนของคุณ
เขาหรือเธออาจจะส่งคุณไปพบกับผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมมาเพื่อจะช่วยเหลือคุณในเรื่องนี้
สำหรับคำถามแต่ละข้อข้างต้นนั้น
คุณจะได้รับหนึ่งคะแนนถ้าคำตอบของคุณตรงตามตารางข้างล่าง แล้วนำ
คะแนนเหล่านั้นมารวมกัน
โปรดสังเกตว่า ในบางกรณี มีมากกว่าหนึ่งคำตอบที่ได้รับคะแนน
|
คำถามข้อที่ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
|
ตัวเลือกที่ได้คะแนน (ข้อละ 1 คะแนน) |
ก, ข |
ก |
ก, ข |
ก |
ก, ข |
ง |
ค |
ก |
ค |
ก |
เครื่องวัดระดับการปรับตัวทางสังคม
|
เหตุการณ์ตึงเครียดเหล่านี้คัดลอกมาจาก
Holmes
and Rahe (1967) Readjustment Scale |
||||
|
การเสียชีวิตของสามีหรือภรรยา |
100 |
การถูกเพิกถอนสิทธิการถ่ายถอนจำนองหรือหนี้เงินกู้ |
30 |
|
การหย่าร้าง |
73 |
การเปลี่ยนแปลงความรับผิดชอบในงาน |
29 |
|
การแยกกันอยู่ |
65 |
ลูกสาวหรือลูกชายย้ายออกจากบ้าน |
29 |
|
การติดคุก |
63 |
มีปัญหากับพวกเขยหรือสะใภ้ |
29 |
|
การเสียชีวิตของสมาชิกครอบครัวที่ใกล้ชิด |
63 |
ความสำเร็จส่วนตัวอันโดดเด่น |
28 |
|
ความเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บส่วนตัว |
53 |
ภรรยาเริ่มทำงานหรือหยุดทำงาน |
26 |
|
การแต่งงาน |
50 |
การเริ่มเข้าเรียนหรือจบการศึกษา |
26 |
|
การถูกไล่ออกจากงาน |
47 |
การปรับปรุงแก้ไขนิสัยส่วนตัว |
24 |
|
การกลับมาใช้ชีวิตแต่งงานร่วมกันใหม่ |
45 |
มีปัญหากับเจ้านาย |
23 |
|
การเกษียณอายุ |
45 |
การเปลี่ยนแปลงสภาวะหรือชั่วโมงการทำงาน |
20 |
|
การเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว |
44 |
การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย |
20 |
|
การตั้งครรภ์ |
40 |
การย้ายโรงเรียน |
20 |
|
ปัญหาทางเพศ |
39 |
การเปลี่ยนแปลงการพักผ่อนหย่อนใจ |
19 |
|
มีสมาชิกใหม่ในครอบครัว |
39 |
การเปลี่ยนแปลงด้านกิจกรรมทางสังคม |
18 |
|
การเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงิน |
38 |
ติดจำนองหรือมีหนี้เงินกู้น้อยกว่า
10,000 เหรียญ |
17 |
|
การเสียชีวิตของเพื่อนสนิท |
37 |
การเปลี่ยนแปลงนิสัยการนอนหลับ |
16 |
|
การเปลี่ยนแปลงประเภทของงาน |
36 |
การเปลี่ยนแปลงจำนวนครั้งในการพบปะสังสรรค์ของสมาชิกครอบครัว |
15 |
|
การเปลี่ยนแปลงจำนวนครั้งในการโต้เถียงกับภรรยา/สามี |
35 |
การเปลี่ยนแปลงนิสัยการรับประทานอาหาร |
15 |
|
ติดหนี้จำนองมากกว่า 10,000 เหรียญ |
31 |
การหยุดพักผ่อน |
13 |
|
|
|
การฝ่าฝืนกฎหมายที่ไม่รุนแรง |
11 |
|
แหล่งที่มา: จาก T.H. Holmes & R.H. Rahe ส่วนเรื่องราวต่างๆ คัดมาจาก The Social Readjustment Scale ใน Journal of Psychosomatic Research, 22, 213-218 ลิขสิทธิ์ 1967 โดย Pergamon Press นำมาใช้โดยได้รับอนุญาตจากสำนักพิมพ์ และผู้เขียน |
|||
เรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย
คำแนะนำต่อไปนี้ (Wolpe & Lazarus,
1966) จะนำคุณไปสู่ขั้นตอนต่างๆ
ในการเรียนรู้ทักษะของการผ่อนคลายกล้ามเนื้อในระดับลึก
การผ่อนคลายลำแขน
(ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที)
ให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุดเท่าที่ทำได้
จากนั้นปล่อยตัวคุณเองให้พักผ่อนมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้
ตอนนี้
ขณะคุณพักผ่อนอยู่ในท่านั้น ให้กำมือขวาของคุณ กำให้แน่นขึ้น แน่นขึ้น
และศึกษาความตึงเครียดขณะคุณทำเช่นนั้น
กำมือให้แน่นอยู่อย่างนั้นแล้วรู้สึกถึงความตึงเครียดที่กำปั้นข้างขวา ที่มือ
และที่แขนท่อนล่าง
แล้วตอนนี้ก็ผ่อนคลาย
ค่อยๆ คลายนิ้วมือขวาออกและสังเกตความแตกต่างกันในความรู้สึกของคุณ
ตอนนี้
ปล่อยให้ตัวคุณเองผ่อนคลาย และพยายามผ่อนคลายให้มากขึ้นจนทั่ว
แล้วกำมือขวาอีกครั้งหนึ่งให้แน่นจริงๆ
.กำไว้อย่างนั้นและสังเกตความตึงเครียดอีกครั้งหนึ่ง
ตอนนี้ให้คลายมือออก
ผ่อนคลาย และเหยียดนิ้วทั้งห้าออกให้ตรง คุณจะสังเกตเห็นความแตกต่างอีกครั้งหนึ่ง
ตอนนี้ให้ทำแบบเดียวกันนี้กับมือข้างซ้ายของคุณ
กำมือซ้ายขณะที่อวัยวะอย่างอื่นทุกส่วนในร่างกายผ่อนคลาย
กำมือข้างนั้นให้แน่นขึ้นและรู้สึกถึงความตึงเครียด
แล้วตอนนี้ก็ผ่อนคลาย
คุณจะสังเกตได้ถึงความแตกต่างอีกครั้งหนึ่ง
ทำอย่างนั้นซ้ำอีกครั้งหนึ่ง กำมือข้างซ้ายให้แน่น
จากนั้นก็ทำการผ่อนคลายความตึงเครียดและรู้สึกถึงความแตกต่าง
ผ่อนคลายอยู่อย่างนั้นต่อไปสักครู่หนึ่ง
จากนั้นก็กำมือทั้งสองข้างให้แน่นพร้อมๆ กัน
มือทั้งสองที่กำอยู่นั้นตึงเครียด แขนท่อนล่างตึง ขอให้สังเกตความรู้สึกเหล่านั้น
แล้วพักโดยการคลายมือทั้งสองออกและรู้สึกถึงการผ่อนคลาย
ปล่อยให้มือและแขนท่อนล่างทั้งสองข้างได้ผ่อนคลายมากขึ้น มากขึ้น
ตอนนี้ให้พับข้อศอกและทำให้กล้ามเนื้อลูกหนูที่โคนแขนทั้งสองข้างตึง
ทำให้ตึงมากขึ้นและศึกษาความรู้สึกตึงเครียด
ใช่แล้ว จากนั้นก็กางแขนทั้งสองออก
ปล่อยให้มันผ่อนคลายแล้วรู้สึกถึงความแตกต่างอีกครั้งหนึ่ง
ปล่อยให้มันผ่อนคลายมากขึ้น
แล้วเกร็งกล้ามเนื้อต้นแขนทั้งสองข้างอีกครั้ง
เกร็งไว้อย่างนั้นและสังเกตอย่างถี่ถ้วน
กางแขนออกแล้วผ่อนคลาย
ผ่อนคลายให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้
ในแต่ละครั้ง ให้คุณสังเกตความรู้สึกของคุณให้ดีตอนที่คุณตึงเครียดและตอนที่คุณผ่อนคลาย
ตอนนี้ให้กางแขนทั้งสองข้างออก
กางออกให้สุดจนกล้ามเนื้อด้านหลังแขนของคุณตึงเครียดมากที่สุด
กางแขนไว้อย่างนั้นและรู้สึกถึงความตึงเครียดนั้น
และตอนนี้ก็ผ่อนคลาย
วางแขนของคุณไว้ในท่าที่สบาย ปล่อยให้แขนได้ผ่อนคลายต่อไป แขนทั้งสองข้างควรจะรู้สึกหนักอย่างสบายขณะที่คุณปล่อยให้มันพัก
จากนั้นก็กางแขนทั้งสองออกจนสุดอีกครั้งหนึ่ง
จนคุณรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดในกล้ามเนื้อ กางไว้อย่างนั้น
ให้คุณรู้สึกถึงความตึงเครียด
แล้วก็พักเพื่อผ่อนคลาย
ตอนนี้ให้คุณจดจ่ออยู่กับการผ่อนคลายอย่างแท้จริงตรงแขนที่ไม่มีความตึงเครียดใดๆ
ปล่อยให้แขนทั้งสองพักอยู่ในท่าที่สบายและผ่อนคลายต่อไปเรื่อยๆ
พักแขนทั้งสองต่อไปเรื่อยๆ
แม้เมื่อแขนทั้งสองข้างจะดูเหมือนพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว
ก็ให้พยายามผ่อนคลายให้มากขึ้นไปอีก พยายามเข้าถึงระดับการผ่อนคลายที่ลึกขึ้น
ลึกขึ้น
การผ่อนคลายบริเวณใบหน้าพร้อมทั้งลำคอ
ไหล่ และบริเวณหลังด้านบน
(ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที)
ปล่อยให้กล้ามเนื้อทั้งหมดของคุณผ่อนคลายอย่างสบายๆ
ตอนนี้ให้ย่นหน้าผากของคุณ ย่นให้มากที่สุด
แล้วจึงหยุด ผ่อนคลาย
หลับตานึกเห็นหน้าผากและหนังศีรษะทั้งหมดของคุณเรียบขึ้นขณะที่คุณผ่อนคลายมากขึ้น
ตอนนี้ให้ขมวดคิ้วแล้วเลิกคิ้วทั้งสองขึ้นและศึกษาความตึงเครียด
จากนั้นให้ผ่อนคลายความตึงอีกครั้งหนึ่ง
ปล่อยหน้าผากให้เรียบอีกครั้ง
แล้วปิดเปลือกตาให้แน่นขึ้น
แน่นขึ้น (หลับตาปี๋)
ให้รู้สึกถึงความตึง
จากนั้นก็ผ่อนคลายดวงตา
ให้คุณยังหลับตาอยู่อย่างนั้นอย่างสบายๆ และสังเกตถึงการผ่อนคลาย
ตอนนี้ให้คุณขบขากรรไกรโดยกัดฟันให้แน่น
แล้วศึกษาความตึงเครียดตลอดขากรรไกรทั้งสองข้างนั้น
ตอนนี้ให้ผ่อนคลายโดยหยุดขบขากรรไกร
อ้าปากของคุณนิดๆ
พึงพอใจกับการผ่อนคลายนั้น
ตอนนี้ให้เอาลิ้นขึ้นไปดุนไว้ตรงเพดานปากอย่างแรง
สังเกตดูความตึงเครียด
ใช่แล้ว
จากนั้นก็ปล่อยให้ลิ้นของคุณกลับมาอยู่ในท่าที่สบายและผ่อนคลาย
ตอนนี้ให้เม้มริมฝีปาก
เม้มให้แน่นขึ้น แน่นขึ้น
แล้วก็ผ่อนคลาย
ให้สังเกตความแตกต่างระหว่างความตึงเครียดและการผ่อนคลาย
ให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายทั่วใบหน้าของคุณ ทั่วหน้าผากและหนังศีรษะ ดวงตา ขากรรไกร
ริมฝีปาก ลิ้น และลำคอ ให้ผ่อนคลายต่อไป
ตอนนี้ให้สังเกตกล้ามเนื้อคอ
หงายศีรษะไปข้างหลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และรู้สึกถึงความตึงเครียดที่คอ
จากนั้นก็หมุนศีรษะไปทางซ้าย ตั้งศีรษะให้ตรงแล้วก้มลงให้สุดจนคางแตะหน้าอก
ปล่อยให้ศีรษะของคุณกลับมาอยู่ในท่าที่สบาย ศึกษาการผ่อนคลายที่เกิดขึ้น
ปล่อยให้ศีรษะของคุณผ่อนคลายต่อไป
ยกไหล่ทั้งสองของคุณขึ้น ยกค้างไว้อย่างนั้นจนตึง
จากนั้นก็เอาไหล่ลงและรู้สึกถึงความผ่อนคลาย
ทั้งคอและไหล่จะพัก
ยกไหล่ของคุณขึ้นอีกครั้งหนึ่งและหมุนหัวไหล่ไปรอบๆ
ยกไหล่ขึ้น ยกไปข้างหน้าแล้วยกมาข้างหลัง
ให้คุณรู้สึกถึงความตึงเครียดที่ไหล่ทั้งสองและบริเวณหลังด้านบน
เอาไหล่ลงอีกครั้งและพัก
ปล่อยให้การพักเพื่อผ่อนคลายนั้นลงสู่ระดับลึก ไปสู่กล้ามเนื้อที่หลัง
ผ่อนคลายช่วงคอและลำคอ ขากรรไกรทั้งสอง และบริเวณอื่นๆ
ของใบหน้าขณะที่การพักผ่อนอย่างแท้จริงกำลังดำเนินต่อไปในระดับที่ลึกขึ้น
ลึกขึ้น
การผ่อนคลายหน้าอก ท้อง
และบริเวณหลังด้านล่าง
(ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที)
ให้ร่างกายของคุณผ่อนคลายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ให้รู้สึกถึงความหนักอึ้งอันสบายที่มาพร้อมกับการผ่อนคลาย ให้หายใจเข้า-ออกอย่างช้าๆ และสบายๆ
จงสังเกตว่าการผ่อนคลายเพิ่มขึ้นขณะหายใจออก
ขณะที่คุณหายใจออกนั้นให้คุณรู้สึกถึงความผ่อนคลาย
ตอนนี้ให้หายใจเอาอากาศเข้าให้เต็มปอด
หายใจเข้าลึกๆ และกลั้นไว้อย่างนั้น ศึกษาดูความตึงเครียด
ตอนนี้ให้หายใจออก
ปล่อยให้ผนังหน้าอกของคุณแฟบลงและปล่อยให้อากาศออกมาอย่างอัตโนมัติ
ให้ผ่อนคลายต่อไปและหายใจเบาๆ สบายๆ ให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายและพึงพอใจกับมัน
พร้อมทั้งพักผ่อนร่างกายส่วนอื่นๆ
ของคุณให้มากเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็หายใจเอาอากาศเข้าปอดจนเต็มอีกครั้งหนึ่ง
หายใจลึกๆ และกลั้นไว้อย่างนั้นอีกครั้ง
ดีแล้ว
จากนั้นก็หายใจออกและพอใจต่อความรู้สึกผ่อนคลายนั้น ให้คุณหายใจตามปกติ
ผ่อนคลายหน้าอกต่อไปและปล่อยให้การผ่อนคลายนั้นกระจายไปตามหลัง ไหล่ คอ และแขน
เพียงแต่ปล่อยให้มันกระจายไป
และพึงพอใจกับการผ่อนคลายนั้น
ตอนนี้ให้พุ่งความสนใจไปที่กล้ามเนื้อท้องตรงบริเวณท้องของคุณ
เกร็งกล้ามเนื้อท้องของคุณให้ตึง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อยแข็งตัว
ให้สังเกตความตึงเครียดที่เกิดขึ้น
จากนั้นก็ผ่อนคลาย
ปล่อยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและสังเกตความแตกต่าง
อีกครั้งหนึ่ง
ให้เกร็งกล้ามเนื้อท้อง เกร็งไว้อย่างนั้นและศึกษาดู
แล้วก็ผ่อนคลาย
ให้สังเกตสภาพที่น่าพอใจทั่วๆ ไปที่มาพร้อมกับการผ่อนคลายบริเวณท้องของคุณ
ตอนนี้ให้แขม่วท้อง
ดึงกล้ามเนื้อท้องเข้าด้านในและให้รู้สึกถึงความตึงเครียดในการทำอย่างนี้
แล้วให้ผ่อนคลายอีกครั้ง
ผ่อนคลายกล้ามเนื้อท้อง ให้หายใจต่อไปตามปกติสบายๆ
และรู้สึกถึงการนวดอย่างแผ่วเบาตลอดทั่วทั้งหน้าอกและท้อง
ตอนนี้ให้แขม่วท้องของคุณอีกครั้งหนึ่งและทำค้างไว้อย่างนั้นจนรู้สึกตึงเครียด
ตอนนี้ให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อท้องอย่างเต็มที่
ปล่อยให้ความตึงเครียดหายไปขณะที่การผ่อนคลายเพิ่มขึ้นในระดับที่ลึกขึ้น ในแต่ละครั้งที่คุณหายใจออก
ให้สังเกตการผ่อนคลายอย่างเป็นจังหวะทั้งในปอดและท้อง ด้วยวิธีนั้น
ให้สังเกตว่าหน้าอกและท้องของคุณผ่อนคลายมากขึ้นอย่างไร
ให้พยายามคลายอาการเกร็งที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆ
ของร่างกาย
ตอนนี้ให้หันไปสนใจบริเวณหลังด้านล่าง
ให้แอ่นหลังของคุณและทำให้บริเวณหลังส่วนล่างเป็นแอ่งเว้า
แล้วรู้สึกถึงความตึงเครียดตามกระดูกสันหลัง
และตั้งหลังตรงสบายๆ
อีกครั้งหนึ่งด้วยการผ่อนคลายหลังส่วนล่าง
เพียงแต่คุณแอ่นหลังและรู้สึกถึงความตึงเครียดอย่างที่คุณทำ
พยายามให้อวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกายผ่อนคลายเท่าที่จะทำได้ พยายามจำกัดความตึงให้อยู่ทั่วบริเวณหลังส่วนล่างเท่านั้น
จากนั้นจึงผ่อนคลายอีกครั้งหนึ่ง
ผ่อนคลายต่อไป ผ่อนคลายบริเวณหลังส่วนล่าง บริเวณหลังส่วนบน
กระจายการผ่อนคลายไปยังท้อง หน้าอก ไหล่ แขน และบริเวณใบหน้าส่วนต่างๆ
ให้ส่วนต่างๆ เหล่านี้ผ่อนคลายต่อไปและให้ไปถึงระดับที่ลึกขึ้น
(ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที)
ปล่อยความตึงเครียดออกไปและผ่อนคลาย
ตอนนี้ให้เกร็งก้นและต้นขา
เกร็งต้นขาด้วยการกดส้นเท้าของคุณลงไป
จากนั้นจึงผ่อนคลายและสังเกตความแตกต่าง
ให้เหยียดขาแล้วเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาอีกครั้งหนึ่ง
ให้ทำค้างไว้อย่างนั้นจนรู้สึกถึงความตึง
จากนั้นก็ผ่อนคลายสะโพกและต้นขา
ปล่อยให้การผ่อนคลายดำเนินต่อไป
กดเท้าและนิ้วเท้าของคุณลงไปข้างล่าง
ให้ห่างออกไปจากใบหน้า เพื่อว่ากล้ามเนื้อน่องของคุณจะได้ตึง
ให้ศึกษาความตึงเครียดนั้น
จากนั้นก็ผ่อนคลายเท้าและน่อง
ครั้งนี้ให้งอเท้าไปทางใบหน้าเพื่อว่าคุณจะรู้สึกตึงตามหน้าแข้ง
ยกนิ้วเท้าขึ้นมา
แล้วผ่อนคลายอีกครั้งหนึ่ง
ผ่อนคลายต่อไปสักครู่
ตอนนี้ปล่อยให้ทั้งร่างกายคุณผ่อนคลายต่อไป
ผ่อนคลายเท้า ข้อเท้า น่อง หน้าแข้ง หัวเข่า ต้นขา ก้น และสะโพก
ให้รู้สึกถึงความหนักในส่วนล่างของร่างกายขณะที่คุณผ่อนคลายต่อไป
ตอนนี้ให้กระจายความผ่อนคลายไปยังท้อง
เอว บริเวณหลังส่วนล่าง ให้ผ่อนคลายมากขึ้น มากขึ้น
ให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายทั่วร่างกาย ให้มันกระจายไปที่บริเวณหลังส่วนบน หน้าอก
ไหล่ และแขน และไปถึงปลายนิ้วมือ ให้ผ่อนคลายในระดับที่ลึกขึ้น
ต้องให้แน่ใจว่าไม่มีความตึงเครียดบริเวณลำคอ ให้ผ่อนคลายต้นคอ ขากรรไกร
และกล้ามเนื้อใบหน้าทั้งหมด ผ่อนคลายต่อไปทั่วทั้งร่างกายอย่างนั้นอีกสักพัก
ปล่อยให้ตัวคุณเองได้พัก
ตอนนี้คุณสามารถพักผ่อนได้มากเป็นสองเท่า
ด้วยการเพียงแต่หายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกช้าๆ
หลับตาเพื่อว่าคุณจะไม่ใส่ใจวัตถุและการเคลื่อนไหวรอบตัวคุณ
และดังนั้นจึงป้องกันการตึงเครียดใดๆ ที่จะเกิดขึ้น ด้วยการหายใจเข้าลึกๆ
และรู้สึกว่าตัวคุณเองเริ่มหนักขึ้น ให้หายใจเข้าลึกๆ และผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ
รู้สึกว่าตัวคุณหนักและผ่อนคลายเพียงไร
ในสภาวะแห่งการผ่อนคลายที่สมบูรณ์นั้น
คุณควรรู้สึกไม่เต็มใจจะเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อในร่างกายคุณเลย
ขอให้คิดถึงความพยายามที่ต้องใช้ในการยกแขนข้างขวาขึ้น
ขณะที่คุณคิดถึงการยกแขนขวาขึ้นนั้น ให้ดูซิว่าคุณสามารถสังเกตความตึงเครียดใดๆ ที่อาจจะคืบคลานเข้ามาสู่หัวไหล่และแขนของคุณได้หรือไม่
ตอนนี้คุณตัดสินใจจะไม่ยกแขนข้างนั้นขึ้นแต่กลับพักผ่อนร่างกายอยู่ต่อไป
ให้สังเกตความรู้สึกผ่อนคลายและการหายไปของความตึงเครียด
ให้คุณผ่อนคลายอย่างนี้ต่อไป
เมื่อคุณอยากจะลุกขึ้น ให้นับถอยหลังจากสี่ถึงหนึ่ง
จากนั้นคุณควรจะรู้สึกดีและสดชื่น ตื่นตัวเต็มที่และสงบ
นำมาพิมพ์ใหม่จาก Behavior Therapy Techniques ลิขสิทธิ์ 1966 โดย Pergamon Press และนำมาใช้โดยได้รับอนุญาตจากสำนักพิมพ์และผู้เขียน